มีตำนานเล่าขานกันถึงสถานที่แห่งนี้ เป็นตำนานการสร้างชาติเวียดนามว่า ในศตวรรษที่ 15 จักรพรรดิเล เหล่ย แห่งราชวงศ์เล ได้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่ชาวจีนแห่งราชวงศ์หมิงที่รุกราน ให้ออกไปจากเวียดนาม ในขณะที่พระองค์ประทับบนเรือ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ ก็มีตะพาบยักษ์ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำและบอกให้พระองค์ส่งดาบนั้นกลับคืนแด่จ้าวมังกร ดาบนั้นก็ได้พุ่งออกจากฝักดาบเข้าไปในปากของตะพาบก่อนที่จะหายกลับลงไปสู่ใต้ผิวน้ำ อันเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบคืนดาบ
สัญลักษณ์ของที่นี่คือ สะพานแดงที่ทอดไปยังวัดหง็อกเซินและหอคอยโบราญ ซึ่งยังมีชื่อเรียกที่มีความหมายได้อีกว่า"หอคอยเต่า" หรือ "หอคอยตะพาบ" ถ้าเราต้องการข้ามไปยังวัดหง็อกเซินเราต้องผ่านสะพานแดงเข้าไป ต้องมีค่าธรรมเนียมเข้าชม คนละ 20,000 ด่อง(ประมาณ30 บาท) เอ่อ คือ แค่ข้ามไปแค่นี้ วัดก็เล็กนิดเดียว คิดในใจ ทำไมไม่ฟรีฟระ แต่ไหนๆก็มาแล้วขอเข้าไปชมซักหน่อย ภายในก็เป็นลักษณะวัดแบบจีน มีกระถางธูปอันใหญ่ตั้งอยู่ มีตู้โชว์ตะพาบน้ำที่เป็นที่มาของทะเสาบคืนดาบด้วย เราใช้เวลาที่นี่ไม่นานมาก
จากนั้นเราก็เดินหาโบสถ์เก่าCatherdral เดินงมๆแผนที่กันไป หลงๆ อ้อมๆบ้าง ชมบรรยากาศเมืองฮานอยไป (โคตรร้อนใครอยากจะเดินหลง ทำเป็นโลกสวยไปงั้น) เดินไปไกลมาก กว่าจะถึงก็เหนื่อยโฮก เหงื่อโทรมกาย แล้วก็เก็บภาพ ไปพอควร
จากนั้นเราเดินต่อไปยังจุดหมายปลายทางหน้า คือ บ้านลุงโฮฯ และสุสานลุงโฮฯ โดยจะแวะเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงก่อนถึง อันนี้เดินไปไกลกว่าเดิม เปิดแผนที่มาสลับกับดื่มน้ำคลายร้อน เดินไปปาดเหงื่อไป ถ้ามาหน้าหนาวคงดีไม่น้อย เดินได้ชิวกว่านี้แน่ๆ แล้วเราก็ถึง Army History Museum(พิพิธภันณ์ทหาร) และ Hanoi Flag Tower เลยแวะเข้าไปซะหน่อย ซะว่า ขอแอร์เย็นๆ ชุ่มฉ่ำๆ ที่นี่เสียค่า เข้าชม 40,000 ด่อง(ประมาณ 60 บาท) มีอาคารที่จัดแสดงพิพิธภัณฑ์อยู่พอควร มีรถถังและเครื่องบิน ที่ใช้ในสงครามมาจัดแสดงด้วย
จากนั้นเราเดินต่อไปยังจุดหมายปลายทางหน้า คือ บ้านลุงโฮฯ และสุสานลุงโฮฯ โดยจะแวะเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงก่อนถึง อันนี้เดินไปไกลกว่าเดิม เปิดแผนที่มาสลับกับดื่มน้ำคลายร้อน เดินไปปาดเหงื่อไป ถ้ามาหน้าหนาวคงดีไม่น้อย เดินได้ชิวกว่านี้แน่ๆ แล้วเราก็ถึง Army History Museum(พิพิธภันณ์ทหาร) และ Hanoi Flag Tower เลยแวะเข้าไปซะหน่อย ซะว่า ขอแอร์เย็นๆ ชุ่มฉ่ำๆ ที่นี่เสียค่า เข้าชม 40,000 ด่อง(ประมาณ 60 บาท) มีอาคารที่จัดแสดงพิพิธภัณฑ์อยู่พอควร มีรถถังและเครื่องบิน ที่ใช้ในสงครามมาจัดแสดงด้วย
ออกจากพิพิธภัณฑ์ เราก็มุ่งหาไปยังบ้านลุงโฮฯ แต่ปรากฏว่า ไม่ทัน ปิดเข้าชมแล้ว เราจึงได้แต่มองดูอยู่รอบๆ ใกล้ๆ กันมีวัดเสาเดียวที่มีชื่อด้วย แต่ก็ปิดปรับปรุงอีก ได้แต่ชะเง้อมองเข้าไปดิ๊ดนึงแค่นั้น เดินกันมาถึงตรงนี้ เราก็เหนื่อยมาก จึงนั่งพักอยู่ที่หน้าพิพิธภัณฑ์ Ho Chi Minh มีคุณลุง คุณป้า มานั่งเล่น และออกกำลังกายอยู่มากมาย เหมือนเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พบปะสมาคม และยืดแข็งยืดขากันยามเย็น มีแก๊งคุณลุงวัยเกษียณนั่งคุยกัน มองดูน่ารักดี
แล้วเราก็พบว่า เราเดินกันเป็นวงกลมกลับที่พักกันได้เลย แต่ก็ไกลพอควรนะ ไหนๆเราก็เดินกันมาตลอด จะเดินกันอีกจะเป็นไร เราจึงเดินกลับไปยังที่พักอีกทาง แล้วเราก็แอบงง ไม่แน่ใจ ด้วยความที่ถนนในฮานอยเยอะมาก ตรอกซอกซอยก็เยอะ บางเส้นก็ไม่มีชื่อในแผนที่ เราก็ถามคนแถวนั้น เลือกถามใครไม่ถาม ไปถามเอา ไม่แน่ใจว่า ทหารหรือ รปภ. หน้าสถานที่สำคัญอะไรบางแห่ง เขาก็ไม่คุยกับเราแถมไล่เราไปจากหน้าประตูอีก เอ่อ คืออัลไล แต่สุดท้ายเราก้เดินงมๆทางกันไปจนถึงที่พัก ได้พักเหนื่อยแล้ว เราก็ออกเดินทางไปแถวทะสาบหว่านเกี๊ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ เพื่อไปชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ก่อนไป เราแวะหามื้อเย็นกิน แถวๆโฮสเทล โดยหาจากแอปอาหาร Foody ของเวียดนาม ชื่อร้านBanh Cuon Nong อยู่ใกล้กับโฮสเทลมากๆ อร่อยด้วย มันเป็นกับขนมปากหม้อ กินกับน้ำจิ้มที่เหมือนน้ำซุป ใส่พริกบีบมะนาว เออ แปลกดี ราคาจานละ 30,000 ด่อง (ประมาณ 45 บาท) คุณลุงคนขายก็น่ารักมากๆ กวักมือเรียกเราไปหน้าร้าน เราก็นึกว่าให้ออกไปยกเองแต่เปล่า ลุงแกเห็นเราถ่ายรูปอาหารกัน ก็เลยเรียกให้ออกไปถ่ายรูปตอนลุงแกทำ แหมใจดีและรู้ใจจริงๆ เราก็เลยจัดกันมาเต็มที่
หน้าโรงละครหุ่นกระบอกน้ำมีคนเยอะแล้ว เราก็พุ่งไปยังช่องขายตั๋วทันที จัดกันมาแบบแพงสุด ราคา 100,000 ด่อง เพราะเราสวยและรวยมาก ใช้เงินทีเป็นแสน 55 เราได้ดูรอบ สองทุ่ม คนเต็มโรงละครเลย ก่อนเข้าได้หยิบใบสูจิบัตรภาษาไทยมาด้วย การแสดงจะเลือกเอาฉากจากนิทานพื้นบ้านมาจำนวน 14 ฉาก มีการแสดงดนตรี ร้องประสานเสียง ด้วยเครื่องดนตรีพื้นบ้าน การเชิดหุ่นก็มีสอดแทรกมุกตลกอยู่ตลอด ถือว่าเป็นการแสดงที่ไม่ควรพลาด หากได้มาที่ฮานอย










0 comments:
Post a Comment